ไม่เคยคิดเลยอ่ะว่าจะได้ไปงานศพพร้อมกันถึง 2 งานในวันเดียว ตามจริงจะไปเฉพาะงานศพของอาจารย์ แต่ไม่วาย เพื่อนรุ่นเดียวกับเราเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไปอีก 1 คน มันแปลกดีนะ
แปลกดีนะ ทำไมรุ่นเรา ต้องเจอแต่เรื่องเศร้าๆ ต้นปี 51 เพื่อนร่วมรุ่นเสียไป 1 คน ต่อมาต้นปี 52 อาจารย์หัวหน้าระดับของเราก็เสียอีก ต่อมาปีนี้ ต้นปี เพื่อนอีกคนก็มาเสียไปอีก..........
แปลกดีนะ ที่ทางญาติอาจารย์เลือกเก็บศพ 1 ปี ตั้งแต่ปี 52 มาถึง ต้นปี 53
แปลกดีนะ ที่เพื่อนเราก็มาเสียตอน ต้นปี 53
แปลกดีนะ ที่มันเลยทำให้เรามีโอกาสได้มาเคารพศพพร้อมกัน 2 วัด ในวันเดียว
แปลกดีนะ ที่วันนี้เรามีกิจกรรม จ๊ะเอ๋ ! ลูกนก ไปบุกจุฬาฯ แต่เรากลับก่อนเพราะจะมางานศพ
แปลกดีนะ ที่เราทิ้งบรรยากาศความสนุกจากกิจกรรม เพื่อไปหาบรรยายกาศเศร้าๆ ในงานศพ
แปลกดีนะ ที่มันเลยทำให้เรามีโอกาสได้ถือพวงหรีดจากทางโรงเรียนวัดราชบพิธไปวางหน้าศพเพื่อน
แปลกดีนะ ที่เพื่อนคนนี้ เคยเป็นคณะกรรมการวินัยกลุ่มเดียวกับเรา
แปลกดีนะ ที่อาจารย์ท่านนี้เคยเป็นหัวหน้าอาจารย์กรรมการวินัยด้วย !
แปลกดีนะ ที่เรามาถึงงานศพแล้วสังเกตอะไรบางอย่าง
แปลกดีนะ ที่งานศพเพื่อน เรากลับเจอเพื่อนๆ อีกหลายๆคน ที่ไม่เคยเจอกันเลยมางาน
แปลกดีนะ ที่งานศพอาจารย์ เราก็เจอเพื่อนๆ อีกหลายกลุ่ม ที่มาร่วมงานนี้เช่นกัน
แปลกดีนะ ที่งานอื่นๆ เช่น งานกีฬาสี งานรวมรุ่น เรากลับไม่เจอเพื่อนพวกนี้
แปลกดีนะ ที่ทำไมเรากลับมาเจอเพื่อนๆ ที่งานศพอย่างนี้
แปลกดีนะ ที่เราคิดว่า เราคงจะเจอเพื่อนๆ เฉพาะงานศพกระมัง ?
แปลกดีนะ ที่เรายังคงนั่งคิด คิด คิด............
แปลกดีนะ ที่ผมคิดว่า "มันไม่แปลก"
...ใช่ครับมันไม่แปลก !!!...
...ผมเห็นว่า คนเรานั้น เห็นความสำคัญ กับงานศพมาก มิฉะนั้น เขาคงไม่ใช้คำว่า "เคารพ" กับศพหรอก และเพื่อนๆ คงไม่มางานศพกันเยอะขนาดนี้หรอกครับ ทั้งๆ ที่งานอื่นๆ แทบจะไม่เห็นหัวพวกมันเลย
ผมเคยได้ยินญาติผู้ใหญ่ พูดกันว่า "งานแต่งไม่ไปยังได้ แต่งานศพนี่ไม่ไปไม่ได้" ยิ่งทำให้ผมเห็นความสำคัญกับงานศพเพิ่มขึ้นไปอีก
และผมนึกถึงตอนสมัยมัธยมศึกษา มันมีเรียนเรื่อง อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่ อิเหนากำลังติดผู้หญิงอยู่อีกเมืองหนึ่ง ไม่ยอมยกทัพกลับเมืองมาช่วยพ่อ ท้าวกุเรปันพ่อของอิเหนาจึงมีพระราชสาส์นไปถึงอิเหนา ซึ่งข้อความในนั้นมีปรากฎว่า
"แม้มิยกพลไกรไปช่วย เราก็ม้วยก็อย่ามาดูผี
อย่าดูทั้งเปลวอัคคี แต่วันนี้ขาดกันจนบรรลัย"
แปลกว่า ถ้าอิเหนาไม่ยกพลกลับเมืองมาช่วย ถ้าพ่อตายก็อย่ามางานศพ แม้แต่เปลวไฟที่เผาศพก็อย่าได้มาดู !!! ตั้งแต่วันนี้ขาดกัน !!!
มันยิ่งตกย้ำให้ ผมคิดว่า งานศพนี่มันสำคัญ จริงๆ นะ นี่ขนาดเรื่องอิเหนา เป็นวรรณกรรมเก่าแก่ของไทยซึ่งอิงประวัติศาสตร์ของชาวชวามาด้วยนะเนี่ย ผมเลยคิดว่าไม่ใช่แค่คนไทยที่ให้ความสำคัญกับงานศพเท่านั้น
เพื่อนผมเคยเล่าว่า นิ้วกลมกล่าวไว้ในหนังสือ(ไม่แน่ใจว่าใช่หนังสือ "ณ" รึเปล่า ?) ว่า การไปงานศพนั้น เป็นเหมือนการให้กำลังใจกับคนที่มีชีวิตอยู่ เพราะคนที่เสียไปแล้วก็คือตายไปแล้ว ไม่รับรู้อะไรแล้ว แต่คนที่ยังมีชีวิตอยู่นี่สิ สิ่งที่ต้องการคือ กำลังใจ และการไปร่วมงานศพนี่แหละ คือกำลังใจที่ดีแก่คนที่ยังมีชีวิตอยู่
...ไม่แปลกนะ ที่ผมเห็นว่า "งานศพสำคัญที่สุด"...
เฮีย*~ 10/1/53 - 1.57 น.